EN CN RU TH
บริษัท โลคาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Tel: +66 (0) 76 381026     Fax: +66 (0) 76 381027
E-mail: lokartlegal@gmail.com
หน้าหลัก ข่าวสาร ทีมงาน หุ้นส่วนทางธุรกิจ รับสมัครงาน ติดต่อเรา
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กฎหมายอาญา
บริการจดทะเบียน
ทางธุรกิจ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
บริการกฎหมาย
สำหรับคนต่างด้าว
การดำเนินคดี
กฎหมายครอบครัว
การับรองลายมือชื่อ
การแปลเอกสาร
การสู้คดีในประเทศไทย

      เรียนทุกท่าน

    ระบบศาลในประเทศไทยประกอบด้วย 4 (สี่) ประเภทหลัก ดังนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และ ศาลทหาร

     คดีส่วนมาก เช่น คดีแพ่งและคดีอาญา จะถูกพิจารณาพิพากษาในศาลยุติธรรมชั้นต้น ได้แก่ ศาลจังหวัด ศาลกรุงเทพฯ ศาลศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลพิเศษต่างๆ (ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลล้มละลาย อาจจะโอนคดีไปยังศาลศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาใหม่) ศาลชั้นสูงสุดคือ ศาลฎีกาแห่งประเทศไทย

     ชาวต่างด้าวหรือคนไทยสามารถเป็นคู่ความได้ ในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง ประการสำคัญประการหนึ่งคือ ท่านจะสู้คดีในฐานะอะไร (โจทก์ จำเลย พยาน ผู้เสียหาย ผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหา) ถ้าท่านเป็นโจทก์ในคดีอาญา จะมีพนักงานอัยการสู้คดีแทนท่านในศาล หรือในคดีแพ่งจะมีทนายความสู้คดีแทนท่านในศาล โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นศาลแต่ละครั้ง ท่านจำเป็นต้องตรวจสอบสำนวนคดีก่อน และนำหมายศาลติดตัวมาด้วย แต่งตัวอย่างเหมาะสมเพื่อเข้าหน่วยงานราชการ สวมใส่กางเกงขายาวกับเสื้อที่ไม่มีลายหรือรูปที่มีสีฉูดฉาด

      คดีอาญา สามารถฟ้องได้โดยพนักงานอัยการหรือโดยผู้เสียหายก็ตาม ขั้นแรกในการดำเนินคดีคือ แจ้งความที่สถานีตำรวจและทำหนังสือบันทึกเหตุการณ์

         คดีอาญาในประเทศไทย มีสองประเภทดังนี้

         1. คดีอาญาฟ้องโดยพนักงานอัยการและไม่สามารถระงับโดยการตกลงความได้ ประเภทนี้คืออาญากรรมอันเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสังคมและชาติ สุขภาพและชีวิต ทรัพย์สินส่วนรวมของประชาชนและทรัพย์สินส่วนบุคคล รวมทั้งอาญากรรมร้ายแรง เช่น การขายยาเสพย์ติด การตัดป่าไม้ การพนันโดยมิชอบกฎหมาย การทุจริต
         2. การกระทำความผิดทางอาญา อันไม่เป็นอันตรายต่อสังคมและอาจจะสามารถระงับโดยการตกลงความได้ ส่วนใหญ่จะฟ้องโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล

         ทนายความของ LOKART INTERNATIONAL จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของท่าน

การดำเนินคดีอาญา

  • ชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนตอนต้น สืบพยาน รวบรวมหลักฐาน และทำการบันทึกเหตุการณ์ หากสงสัยการกระทำความผิดร้ายแรง ตำรวจมีอำนาจดำเนินการค้น ตามหาและจับกุมผู้ต้องสงสัย ยึดสิ่งที่สามารถใช้เป็นหลักฐานและสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด ผู้ต้องสงสัยสามารถประกันตัวได้ ให้ปล่อยตัวจนจบชั้นสอบสวน ตาม มาตรา 87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต้องพาผู้ถูกจับกุมมาศาลภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากทำบันทึกการจับกุม ศาลสามารถต่อระยะเวลาการคุมขังในชั้นสอบสวนได้ ให้อีก 7 ถึง 84 วัน แล้วแต่ความยากของการสอบสวน

      ฝ่ายสอบสวน สามารถเลิกการสอบสวนได้ โดยไม่มีผู้ต้องหา ไม่มีการกระทำความผิด กรณีฝ่ายสอบสวนให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแล้วโอนคดีไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการต่อ หรือในระหว่างชั้นสอบสวนคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดเล็กน้อยต่อบุคคล กรณีได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายอย่างครบถ้วน

  • ชั้นพิจารณาคดีโดยพนักงานอัยการ เริ่มต้นหลังจากได้รับโอนคดีจากฝ่ายสอบสวน พนักงานอัยการมีอำนาจจำหน่ายคดีออก ถ้าหากไม่มีผู้ต้องหา หรือฝ่ายสอบสวนได้จำหน่ายคดีเนื่องด้วยพยานหลักฐานและส่งคำขอปล่อยตัวผู้ต้องหาไปยังศาล มิฉะนั้นจะรับรองคดีแล้วโอนต่อไปยังศาล
  • ชั้นพิจารณาคดีในศาล ศาลสามารถปฏิเสธไม่รับพิจารณาคดีหรือรับดำเนินการต่อได้ก็ตาม มีอำนาจสั่งลงโทษเป็นการริบทรัพย์สิน ค่าปรับ อนุญาตให้คุมขังตัว ตัดสินจำคุกหรือประหารชีวิต จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีในศาลชั้นต่อไป ศาลอุทธรณ์สามารถอนุมัติคำตัดสินของศาลชั้นต้นหรือยกเลิกได้ก็ตาม หลังจากศาลอุทธรณ์ จำเลยสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกา ซึ่งคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด
  • ชั้นลงโทษ เป็นชั้นต่อไปหลังจากได้ตัดสินว่าจำเลยมีความผิด มีบทลงโทษได้แก่ ค่าปรับ การริบทรัพย์สิน การคุมขังตัว การทำงานสาธารณะการภาคทัณฑ์ หรือประหารชีวิต

 

      การประกันตัว คือการให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยออกไปชั่วคราว ศาลจะรับพิจารณาเอกสารที่จำเป็นตามระเบียบที่กำหนดไว้ ค่าประกัน จะกำหนดโดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือภูธร แล้วแต่ความเบาหนักของความผิด สามารถนำเงินหรือสินทรัพย์ เช่น ที่ดินหรือบัญชีในธนาคารมาเป็นหลักประกันได้ นายประกัน (bailsman) ให้หลักทรัพย์ประกันไว้ (bail bond) และรับรองว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะมาปรากฎตัวในศาลในวันพิจารณาคดี หลักทรัพย์ประกัน จะคืนให้แก่นายประกันหลังจากศาลออกคำตัดสินแล้ว

      ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิให้ทนายความสู้คดีแทนตนเอง เพราะผู้พิพากษาจะชำระคดีโดยพิจารณาคำให้การของพยานและหลักฐานอื่น มีสิทธิปรึกษากับทนายความโดยส่วนตัว และให้แถลงการณ์เป็นปากหรือหนังสือก็ตาม

กระบวนพิจารณาคดีแพ่ง

      ถูกบังคับภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ. ศ. 2477 (1934) คดีแพ่งสามารถฟ้องได้โดยบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มบุคคล (บุคคลธรรมดา / บริษัท / หน่วยงานราชการ) ต่ออีกฝ่ายหนึ่งหรือกลุ่ม คำฟ้อง รับพิจารณาในศาลชั้นต้นแล้วแต่เขตอำนาจ ตามหมวดที่หนึ่ง ลักษณะ 2-10 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หลังจากศาลชั้นต้นออกคำตัดสินแล้ว สามารถฟ้องคดีต่อให้ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาใหม่ก็ได้

ท่านสามารถใช้บริการทนายความของ LOKART INTERNATIONAL ให้สนับสนุนกิจการของท่านทางกฎหมาย ท่านจะสามารถหลีกเลี่ยงการสู้คดีได้เลย



หน้าหลัก
ข่าวสาร
ทีมงาน
หุ้นส่วนทางธุรกิจ
รับสมัครงาน
ติดต่อเรา
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กฎหมายอาญา
บริการจดทะเบียนทางธุรกิจ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
บริการกฎหมายสำหรับคนต่างด้าว
การดำเนินคดี
กฎหมายครอบครัว
การรับรองลายมือชื่อ
การแปลเอกสาร
สถานที่ตั้ง
Lokart International Co.,Ltd.
บริษัท โลคาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
50 / 3 หมู่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83130
เบอร์โทรศัพท์:   +66 (0) 76 381026
แฟ็กซ์:  +66 (0) 76 381027
อีเมลล์: lokartlegal@gmail.com
เว็บไซต์: www.lokartlegal.com
© 2014. Lokart International Co.,Ltd. All Rights Reserved.
Design by Phuket Web Design Freelance